วันภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
สดด 103:8-10,13-14,15-17,18
วันศุกร์ต้นเดือน
บทอ่านจากหนังสือกิจการอัครสาวก
บทอ่านที่
1 กจ 10:34-36,42-43
ขณะนั้น เปโตรเริ่มพูดว่า “ข้าพเจ้าเห็นจริงแล้วว่าพระเจ้าไม่ทรงลำเอียง ทุกคนที่ยำเกรงพระองค์และปฏิบัติความชอบธรรม ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติใด ย่อมเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ พระองค์ทรงมอบพระวาจาแก่ลูกหลานของชาวอิสราเอล
โดยทรงประกาศข่าวดีแห่งสันติสุขเดชะพระเยซูคริสตเจ้า
พระเยซูเจ้าพระองค์นี้ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของทุกคน
พระเยซูเจ้าทรงบัญชาให้เราประกาศสอนประชาชน
และเป็นพยานยืนยันว่าพระเจ้าทรงแต่งตั้งพระองค์ให้เป็นผู้พิพากษามนุษย์ทุกคน ทั้งผู้เป็นและผู้ตาย บรรดาประกาศกทั้งปวงเป็นพยานยืนยันถึงพระองค์ว่า
“ทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะได้รับการอภัยบาปเดชะพระนามของพระองค์”
พระวรสารนักบุญลูกา ลก 12:35-40
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า
“ท่านทั้งหลายจงคาดสะเอว
และจุดตะเกียงเตรียมพร้อมไว้
จงเป็นเสมือนผู้รับใช้ที่กำลังคอยนายกลับจากงานสมรส เมื่อนายมาและเคาะประตูจะได้เปิดรับ ผู้รับใช้เหล่านั้นเป็นสุข ถ้านายกลับมาพบเขากำลังตื่นเฝ้าอยู่ เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า นายจะคาดสะเอวพาผู้รับใช้เหล่านั้นไปนั่งโต๊ะและจะรับใช้เขาด้วย ไม่ว่านายจะมาเวลาสองยามหรือสามยาม ถ้าพบผู้รับใช้กำลังทำเช่นนี้ ผู้รับใช้เหล่านั้นก็เป็นสุข
พึงรู้ไว้เถิด
ถ้าเจ้าของบ้านรู้ว่าขโมยจะมาเวลาใด
เขาคงไม่ปล่อยให้ขโมยงัดแงะบ้านของตน
ท่านทั้งหลายจงเตรียมพร้อมไว้
เพราะบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย
ข้อคิด
การเสด็จกลับเป็นขึ้นมาของพระเยซูเจ้าเตือนเราให้มีความพร้อมที่จะรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์ ด้วยเหตุนี้
เราจึงต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราได้รับมอบหมายในวันที่เราได้รับศีลล้างบาปว่า จะเป็นประจักษ์พยานถึงพระองค์
จะรักษาความดีงามและน้อมรับพระบัญญัติของพระองค์ นำไปปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์ จนถึงวันที่พระองค์จะเสด็จกลับมาอีก

No comments:
Post a Comment