Monday, October 8, 2012

2012 - 9 ตุลาคม 2555



อังคารที่ 9 ตุลาคม 2555
สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
น. ดิโอนีซีโอ พระสังฆราชและเพื่อนมรณสักขี
น. ยอห์น เลโอนาร์ดี พระสงฆ์
สดด 139:1-3,13-14,15-16
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 3

บทอ่านที่ 1                                                            กท 1:13-24
        พี่น้อง ท่านทั้งหลายต้องเคยได้ยินเรื่องชีวิตในอดีตของข้าพเจ้าเมื่อยังยึดถือประเพณีของชาวยิว ว่าข้าพเจ้าเคยเบียดเบียนพระศาสนจักรของพระเจ้าอย่างรุนแรงและพยายามทำลายด้วย  ข้าพเจ้าก้าวหน้าในลัทธิยิวมากกว่าเพื่อนชาวยิวรุ่นเดียวกันหลายคน  และมีจิตใจร้อนรนอย่างยิ่งในการรักษาประเพณีของบรรพบุรุษ
       ครั้นแล้ว พระเจ้าผู้ทรงเลือกสรรข้าพเจ้าไว้ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดา  ก็ทรงเรียกข้าพเจ้าเดชะพระหรรษทานของพระองค์  และพอพระทัยที่จะสำแดงพระบุตรของพระองค์ในตัวข้าพเจ้า  เพื่อข้าพเจ้าจะได้ประกาศข่าวดีถึงพระบุตรแก่บรรดาคนต่างศาสนา ข้าพเจ้าไม่รีรอที่จะปรึกษากับมนุษย์ผู้ใดเลย  หรือแม้แต่จะขึ้นไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อพบกับผู้เป็นอัครสาวกก่อนข้าพเจ้า  แต่ข้าพเจ้าออกเดินทางไปยังอาราเบีย  และกลับมายังเมืองดามัสกัสอีก  สามปีต่อมา  ข้าพเจ้าขึ้นไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อทำความรู้จักกับเคฟาส และพักอยู่กับเขาเป็นเวลาสิบห้าวัน  ข้าพเจ้าไม่พบอัครสาวกอื่น ๆ นอกจากยากอบ  ผู้เป็นน้องชายขององค์พระผู้เป็นเจ้า  ข้าพเจ้าขอสาบานเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าว่า  สิ่งที่ข้าพเจ้าเขียนนี้ มิใช่ความเท็จ
       หลังจากนั้น  ข้าพเจ้าไปในเขตแดนซีเรียและซิลิเซีย  พระศาสนจักรต่าง ๆ ในแคว้นยูเดียยังไม่เคยรู้จักหน้าข้าพเจ้าเลย  เขาเหล่านั้นเคยแต่ได้ยินว่า “ผู้ที่เคยข่มเหงพวกเรา บัดนี้กลับมาประกาศความเชื่อที่เขาเคยพยายามจะทำลาย”  เขาเหล่านั้นจึงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าเพราะข้าพเจ้า

พระวรสาร                                                            ลก 10:38-42
เวลานั้น ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินพร้อมกับบรรดาศิษย์  พระองค์เสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่งสตรีผู้หนึ่งชื่อมารธารับเสด็จพระองค์ที่บ้าน  นางมีน้องสาวชื่อมารีย์ซึ่งนั่งอยู่แทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้าคอยฟังพระวาจาของพระองค์  มารธากำลังยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้จึงเข้ามาทูลว่า “พระเจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวปล่อยดิฉันคนเดียวให้ปรนนิบัติรับใช้ ขอพระองค์บอกเขาให้มาช่วยดิฉันบ้าง”
แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบว่า “มารธา มารธา เธอเป็นห่วงและวุ่นวายหลายสิ่งนัก สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว  มารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดที่จะไม่มีใครเอาไปจากเขาได้”

ข้อคิด
สังคมปัจจุบันหยิบยื่นหลายสิ่งหลายอย่างให้เราเลือก  เราจึงต้องเลือกทำสิ่งที่จำเป็น  และสำคัญก่อน  ส่วนสิ่งที่อยากทำแต่ยังไม่จำเป็น  ต้องรอทำในโอกาสต่อไป  มารธาและมารีย์ทำสิ่งที่ดีในการต้อนรับพระเยซูเจ้า  แต่พระองค์ถือโอกาสเตือนให้เรารู้จักลำดับความสำคัญก่อนหลังของสิ่งที่เรากระทำ  เราเคยให้ความสำคัญด้วยการนั่งใกล้ชิดพระองค์เหมือนมารีย์  เพื่อฟังพระองค์ทรงบอกกล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับชีวิตหรือไม่  หรือเรากระทำทุกอย่างยกเว้นสิ่งสำคัญที่ต้องกระทำ  คือให้ความสำคัญแก่พระเจ้าเป็นอันดับแรก
ข้าแต่พระเยซูเจ้า  โปรดสอนให้ลูกฉลาดเท่าทัน  และรู้จักจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังในการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยเทอญ 

No comments:

Post a Comment