Tuesday, October 23, 2012

2012 - อาทิตย์ 28 ตุลาคม 2555





อาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2555
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
สดด 24:1-2,3-4,5-6
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 2

บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์                         ยรม 31:7-9

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ จงร้องเพลงด้วยความยินดีสำหรับยาโคบ และโห่ร้องต้อนรับผู้นำของนานาชาติ จงประกาศสรรเสริญร้องว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอดพ้น คือผู้ที่รอดชีวิตของอิสราเอลดูซิ เราจะนำเขาทั้งหลายกลับมาจากแผ่นดินทางทิศเหนือ และจะรวบรวมเขาทั้งหลายมาจากปลายแผ่นดิน ในหมู่เขาจะมีทั้งคนตาบอด คนขาพิการ หญิงมีครรภ์ และหญิงที่กำลังคลอดบุตร เขาทั้งหลายจะกลับมาที่นี่พร้อมกันเป็นหมู่ใหญ่ เขาทั้งหลายกลับมาด้วยน้ำตานองหน้า เราจะนำเขากลับมาขณะที่เขาอธิษฐานภาวนา เราจะนำเขาให้เดินไปยังธารน้ำ ให้เดินในทางตรงที่เขาจะไม่สะดุด เพราะเราเป็นบิดาสำหรับอิสราเอล และเอฟราอิมเป็นบุตรคนแรกของเรา


เพลงสดุดี                                                 สดด 126:1-2,3-4,5-6

ก)    เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำบรรดาเชลยกลับมาสู่ศิโยน
เราเป็นเสมือนผู้อยู่ในความฝัน
ขณะนั้น ปากของเรากำลังหัวเราะ
ลิ้นของเรามีแต่เสียงโห่ร้องยินดี
ขณะนั้น นานาชาติก็พูดว่า
“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่เพื่อเขาทั้งหลาย”

ข)    ถูกต้องแล้ว  องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่เพื่อเราและเรามีความยินดี
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า  โปรดทรงเปลี่ยนสภาพของข้าพเจ้าทั้งหลายให้กลับดีเช่นเดิม
เหมือนธารน้ำบริเวณเนเกบ

ค)    ผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา
ย่อมโห่ร้องยินดีเมื่อเก็บเกี่ยว
เขาเดินพลาง ร้องไห้พลาง
หอบเมล็ดพืชไปหว่าน
ยามกลับมา  เขาโห่ร้องด้วยความยินดี
นำฟ่อนข้าวกลับมาด้วย

 

บทอ่านจากจดหมายถึงชาวฮีบรู                              ฮบ 5:1-6

มหาสมณะทุกองค์ย่อมได้รับการคัดเลือกจากมวลมนุษย์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนเพื่อนมนุษย์ในความสัมพันธ์ติดต่อกับพระเจ้า เพื่อถวายทั้งบรรณาการและเครื่องบูชาชดเชยบาป เขาสามารถเห็นใจผู้ที่ไม่รู้และหลงผิด เพราะเขาก็ถูกความอ่อนแอครอบงำอยู่เช่นกัน เพราะเหตุนี้ เขาจึงต้องถวายบูชาชดเชยบาปสำหรับตนเองเช่นเดียวกับชดเชยบาปสำหรับประชากรด้วย ไม่มีใครแอบอ้างเกียรตินี้เป็นของตนได้ นอกจากผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกเหมือนกับอาโรน ในทำนองเดียวกันพระคริสตเจ้ามิได้ทรงยกย่องพระองค์เองขึ้นเป็นมหาสมณะ แต่ผู้ที่ทรงยกย่องพระคริสตเจ้าคือพระเจ้า ผู้ตรัสกับพระองค์ว่า ท่านเป็นบุตรของเรา วันนี้เราได้ให้กำเนิดท่านเช่นเดียวกับที่ได้ตรัสไว้อีกแห่งหนึ่งว่า ท่านเป็นสมณะตลอดนิรันดรตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                     มก 10:46-52

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเมืองเยรีโคพร้อมกับบรรดาศิษย์ ขณะที่พระองค์เสด็จออกจากเมืองเยรีโคพร้อมกับบรรดาศิษย์และประชาชนจำนวนมาก บารทิเมอัส บุตรของทิเมอัส คนขอทานตาบอดนั่งอยู่ริมทาง เมื่อได้ยินว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธกำลังเสด็จผ่านมา เขาก็เริ่มส่งเสียงร้องตะโกนว่า ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิดหลายคนได้ดุเขาให้เงียบ แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิดพระเยซูเจ้าทรงหยุด ตรัสว่า ไปเรียกเขามาซิเขาก็เรียกคนตาบอดพลางกล่าวว่า ทำใจดี ๆ ไว้ ลุกขึ้น พระองค์กำลังเรียกเจ้าแล้วคนตาบอดก็สลัดเสื้อคลุมทิ้ง กระโดดเข้าไปเฝ้าพระเยซูเจ้า พระเยซูเจ้าตรัสว่า เจ้าอยากให้เราทำอะไรให้เจ้า?’ คนตาบอดทูลว่า รับบูนี ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิดพระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า ไปเถิด ความเชื่อของเจ้าได้ช่วยเจ้าให้รอดพ้นแล้วทันใดนั้น เขากลับแลเห็นและเดินทางติดตามพระองค์ไป

ข้อคิด
คนตาบอดเป็นคนที่น่าสงสาร แต่คนตาบอดทางใจที่เห็นผิดเป็นชอบ ก็น่าสงสารยิ่งกว่าอีก และต้องการการเยียวยารักษา พระคริสตเจ้าทรงเป็นหมอวิเศษ ทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอด ดังที่ประกาศกเยเรมีย์กล่าวทำนายไว้ ทรงรักษาคนพิการ ทรงรักษาบารทิเมอัส คนตาบอดให้มองเห็นได้อาศัยความเชื่อของเขา ให้เรามีความเชื่อในพระคริสตเจ้าเช่นกัน เพื่อเราจะได้รับการรักษาจากพระองค์ทั้งกายและวิญญาณ
 

 

No comments:

Post a Comment