Friday, November 23, 2012

2012 - เสาร์ 24 พฤศจิกายน 2555





เสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2555
ระลึกถึง น.อันดรูว์ ดุง-ลัก พระสงฆ์ และเพื่อนมรณสักขี ชาวเวียดนาม
สดด 144:1,2,9-11
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 1


บทอ่านจากหนังสือวิวรณ์
บทอ่านที่ 1                                                            วว 11:4-12

มีผู้กล่าวแก่ข้าพเจ้า ยอห์นว่า พยานนี้คือต้นมะกอกเทศสองต้นและเชิงประทีปสองเชิงที่ตั้งอยู่เฉพาะพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าของแผ่นดิน ผู้ใดต้องการทำร้ายพยานนี้ ไฟจะพลุ่งออกจากปากของพยานมาเผาผลาญบรรดาศัตรู ผู้ใดต้องการทำร้ายพยาน ผู้นั้นจะต้องถูกฆ่าเช่นนี้ พยานนี้มีอำนาจปิดท้องฟ้ามิให้ฝนตกตลอดเวลาที่เขาประกาศพระวาจา เขามีอำนาจเปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นเลือด และมีอำนาจทำให้แผ่นดินประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ทุกครั้งที่เขาต้องการ เมื่อเสร็จสิ้นการเป็นพยานแล้ว สัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากบาดาล จะสู้รบกับพยานนี้ จะมีชัยชนะและฆ่าพยาน ศพของพยานจะอยู่ที่ลานของนครใหญ่ ซึ่งเรียกเป็นสัญลักษณ์ว่าโสดมและอียิปต์ ณ ที่นั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเขาถูกตรึงกางเขน ประชาชนหลายประเทศ หลายเผ่า หลายภาษา หลายชาติจะมองดูศพของพยานอยู่สามวันครึ่ง และไม่ยอมให้นำศพไปฝังไว้ในคูหา ผู้อาศัยบนแผ่นดินจะยินดีที่เขาตาย จะฉลองและแลกเปลี่ยนของขวัญกัน เพราะประกาศกทั้งสองคนนี้ทรมานบรรดาผู้อาศัยอยู่บนแผ่นดินด้วย

สามวันครึ่งหลังจากนั้น พระเจ้าจะทรงเป่าลมปราณแห่งชีวิตเข้าไปในพยานทั้งสองคนเขาจะลุกขึ้นยืน ทุกคนที่แลเห็นจะหวาดกลัวอย่างมาก พยานทั้งสองคนได้ยินเสียงดังจากสวรรค์ว่า จงขึ้นมาข้างบนเถิดทั้งสองคนจึงขึ้นไปในหมู่เมฆสู่สวรรค์ขณะที่บรรดาศัตรูกำลังมองดู

พระวรสารนักบุญลูกา                                               ลก 18:1-8

เวลานั้น ชาวสะดูสีบางคนมาพบพระเยซูเจ้า คนเหล่านี้สอนว่าไม่มีการกลับคืนชีพ เขาทูลถามพระองค์ว่า พระอาจารย์ โมเสสเขียนสั่งไว้ว่า ถ้าพี่ชายตาย มีภรรยาแต่ไม่มีบุตร ก็ให้น้องชายของเขารับหญิงนั้นมาเป็นภรรยาเพื่อจะได้สืบสกุลของพี่ชาย มีพี่น้องเจ็ดคน คนแรกมีภรรยา แล้วก็ตายโดยไม่มีบุตร คนที่สอง คนที่สามรับนางเป็นภรรยาและตายโดยไม่มีบุตร เป็นเช่นนี้ทั้งเจ็ดคน ในที่สุดหญิงคนนั้นก็ตายด้วย ดังนี้ เมื่อมนุษย์จะกลับคืนชีพ หญิงคนนั้นจะเป็นภรรยาของใคร เพราะทั้งเจ็ดคนต่างได้นางเป็นภรรยา

พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า คนของโลกนี้แต่งงานเป็นสามีภรรยากัน แต่คนที่จะบรรลุถึงโลกหน้าและจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตายนั้น จะไม่แต่งงานเป็นสามีภรรยากันอีก เพราะเขาจะไม่ตายอีกต่อไป เขาจะเป็นเหมือนทูตสวรรค์และจะเป็นบุตรของพระเจ้า เพราะเขาจะกลับคืนชีพ โมเสสยืนยันแล้วว่าผู้ตายจะกลับคืนชีพในข้อความเรื่องพุ่มไม้ เมื่อพูดถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า เป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัคและพระเจ้าของยาโคบ พระองค์มิใช่พระเจ้าของผู้ตาย แต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็น เพราะทุกคนมีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์ธรรมาจารย์บางคนพูดว่า พระอาจารย์ ท่านพูดดีแล้วเขาไม่กล้าทูลถามพระองค์อีกต่อไป

ข้อคิด

ความเชื่อในเรื่องการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้าเป็นหัวใจสำคัญของคำสอนของคริสตชน พระศาสนจักรไม่ละอายใจที่มีภาพของพระเยซูเจ้าพร้อมกับรอยบาดแผลที่ปรากฏในพระวรกายไว้ภายในบ้าน และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ เนื่องจากพระเยซูเจ้าที่เรารู้จัก และสัมผัสในเวลานี้คือพระเยซูเจ้าที่ทรงผ่านจากความตายไปสู่ชัยชนะแล้ว และโดยผ่านทางพระองค์ เราได้รับพระพรของชีวิตใหม่ เราจึงต้องดำเนินชีวิตใหม่มุ่งเพื่อสู่ความสมบูรณ์ในองค์พระคริสตเจ้า ผู้ทรงเสด็จมาเพื่อให้เรามีชีวิตและมีชีวิตอย่างสมบูรณ์

 

Monday, November 19, 2012

2012 - ศุกร์ 23 พฤศจิกายน 2555





ศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2555
น. เคลเมนต์ที่ 1 พระสันตะปาปาและมรณสักขี 
น. โคลัมบัน เจ้าอธิการ
สดด 119:13-14,24,27,102-1103,111-112,131-132
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 1
 

บทอ่านจากหนังสือวิวรณ์
บทอ่านที่ 1                                                             วว 10:8-11

ข้าพเจ้า ยอห์น เสียงที่ข้าพเจ้าได้ยินจากสวรรค์กล่าวแก่ข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่งว่า จงไปเอาม้วนหนังสือที่คลี่อยู่ในมือของทูตสวรรค์ซึ่งยืนอยู่ในทะเลและบนแผ่นดินข้าพเจ้าจึงไปหาทูตสวรรค์และขอม้วนหนังสือเล็ก ๆ นั้น ทูตสวรรค์บอกข้าพเจ้าว่า จงเอาไปและกินเถิด มันจะทำให้ท้องของท่านขม แต่เมื่ออยู่ในปาก มันจะหวานเหมือนน้ำผึ้งข้าพเจ้าจึงนำม้วนหนังสือเล็ก ๆ นั้นจากมือของทูตสวรรค์ แล้วกิน เมื่ออยู่ในปากมันหวานเหมือนน้ำผึ้ง แต่เมื่อข้าพเจ้ากลืนลงไป ก็รู้สึกขมในท้อง มีผู้บอกข้าพเจ้าว่า ท่านต้องประกาศพระวาจาอีกเกี่ยวกับประเทศ ชาติ ภาษา และกษัตริย์จำนวนมาก

 
พระวรสารนักบุญลูกา                                      ลก 17:26-37

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในพระวิหาร ทรงเริ่มขับไล่บรรดาพ่อค้า  ตรัสกับเขาว่า มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า บ้านของเราจะเป็นบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนา แต่ท่านทั้งหลายกลับมาทำให้เป็นซ่องโจร

พระองค์ทรงสั่งสอนในพระวิหารทุกวัน  บรรดาหัวหน้าสมณะ  ธรรมาจารย์และหัวหน้าประชาชนหาวิธีกำจัดพระองค์  แต่หาวิธีไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร  เพราะประชาชนทุกคนกำลังตั้งใจฟังพระองค์


ข้อคิด

หลังจากการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า  พระวิหารที่สำคัญที่สุดไม่ใช่พระวิหารที่เป็นอิฐปูนดังเช่นในอดีตอีกต่อไป  แต่เป็นส่วนที่ลึกที่สุดในหัวใจของเราที่พระตรีเอกภาพทรงประทับอยู่ ณ ที่แห่งนี้พระจิตของพระเจ้าสัมผัสกับจิตของเรา  ดังนั้นเราจึงต้องหมั่นภาวนาติดต่อสัมพันธ์กับพระอยู่เสมอ  ชำระประสบการณ์ภายในของตนเองทั้งในด้านอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ความทรงจำ จิตนาการ ความปรารถนา ฯลฯ เพื่อเปิดทางให้พระจิตเจ้าเข้าครอบครองหัวใจของเรา จนกระทั่งทุกสิ่งที่เราปฏิบัติในชีวิตนั้นมุ่งไปสู่เป้าหมายอันเป็นพระประสงค์ของ พระองค์

การภาวนาของเราต่อพระเจ้าเป็นความสัมพันธ์แบบบุตรต่อบิดา ซึ่งแสวงหา ค้นพบพลังความเข้มแข็งทั้งสิ้นในพระองค์ หรือเป็นเพียงหน้าที่ต้องปฏิบัติ  เพื่อได้รับพระพรความช่วยเหลือเท่านั้น

 

2012 - พฤหัสบดี 22 พฤศจิกายน 2555



พฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2555
ระลึกถึง น. เซซีลีอา พรหมจารีและมรณสักขี
สดด 149:1-2,3-4,5-7,9ข
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 1
 

บทอ่านจากหนังสือวิวรณ์
บทอ่านที่ 1 
                                                              วว 5:1-10

ข้าพเจ้าเห็นหนังสือม้วนหนึ่งในพระหัตถ์ขวาของพระองค์ผู้ประทับอยู่บนพระบัลลังก์  หนังสือม้วนนั้นมีข้อความเขียนไว้ทั้งด้านในและด้านนอก มีตราเจ็ดดวงผนึกอยู่  ข้าพเจ้ายังเห็นทูตสวรรค์ทรงพลังองค์หนึ่งร้องประกาศเสียงดังว่า  ใครเป็นผู้สมควรจะคลี่ม้วนหนังสือ และเปิดตราที่ผนึกไว้ แต่ไม่มีใครทั้งในสวรรค์หรือบนแผ่นดินหรือใต้พิภพคลี่ม้วนหนังสือนั้นออกอ่านได้  ข้าพเจ้าจึงร้องไห้ฟูมฟายเพราะไม่มีผู้ใดสมควรจะคลี่ม้วนหนังสือนั้นออกอ่านได้เลย  ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดกับข้าพเจ้าว่า อย่าร้องไห้เลย ดูเถิด สิงโตจากตระกูลยูดาห์ หน่อเนื้อเชื้อไขของกษัตริย์ดาวิดทรงได้รับชัยชนะแล้ว  พระองค์จะทรงคลี่ม้วนหนังสือและเปิดตราที่ผนึกทั้งเจ็ดดวงออกได้

แล้วข้าพเจ้าเห็นลูกแกะของพระเจ้าตรงกลางพระบัลลังก์ในหมู่ผู้มีชีวิตทั้งสี่ตนและบรรดาผู้อาวุโส  ลูกแกะนั้นประทับยืนอยู่ประหนึ่งถูกประหารแล้ว  มีเจ็ดเขา  เจ็ดตา  หมายถึงจิตทั้งเจ็ดที่พระเจ้าทรงส่งไปทั่วแผ่นดิน  ลูกแกะนั้นทรงเข้ามารับม้วนหนังสือจากพระหัตถ์ขวาของพระผู้ประทับอยู่บนพระบัลลังก์  เมื่อทรงรับม้วนหนังสือแล้ว ผู้มีชีวิตทั้งสี่ตนและผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่คนก็กราบลงเฉพาะพระพักตร์ลูกแกะ  ต่างถือพิณและผอบทองคำมีกำยานใส่เต็ม  ซึ่งหมายถึงคำอธิษฐานภาวนาของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ขับร้องเพลงบทใหม่ว่า

พระองค์ทรงเหมาะสมที่จะรับม้วนหนังสือ  และเปิดดวงตราที่ผนึกอยู่นั้น  เพราะพระองค์ทรงถูกประหาร  ทรงหลั่งพระโลหิตไถ่กู้มนุษย์สำหรับพระเจ้า  จากทุกเผ่า  ทุกภาษา  ทุกประเทศ ทุกชาติ  ทรงทำให้เขาเหล่านั้นเป็นสมณราชตระกูลสำหรับพระเจ้าของเรา  เขาจะครองราชย์เหนือแผ่นดิน


พระวรสารนักบุญลูกา                                            ลก 19:41-44

ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จมาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม  พระองค์ทอดพระเนตรเมืองนั้นแล้วทรงพระกันแสง ตรัสว่า ถ้าในวันนี้เจ้าเพียงแต่รู้จักทางนำไปสู่สันติก็จะเป็นการดี แต่ทางนั้นถูกซ่อนไว้จากดวงตาของเจ้าเสียแล้ว วันนั้นจะมาถึงเจ้า เมื่อข้าศึกสร้างที่มั่นล้อมเจ้า จะตรึงเจ้าไว้อย่างแน่นหนารอบทุกด้าน จะบุกทำลายเจ้าและลูกหลานที่อาศัยอยู่ในเจ้าจนราบเป็นหน้ากลอง และจะไม่ปล่อยให้มีก้อนหินซ้อนกันอยู่ในเจ้าอีก  เพราะเจ้าไม่รู้จักเวลาที่พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมเจ้า

ข้อคิด

พระเจ้าได้เสด็จมาพบกับประชากรของพระองค์  แต่พวกเขาไม่ยอมรับรู้และไม่ต้อนรับพระองค์ ในหนทางฝ่ายจิตของคริสตชนจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการตื่นรู้ การกลับใจ และเฝ้าสังเกตเพื่อค้นพบเครื่องหมายของพระเจ้าที่จะนำทางไปหาพระเยซูเจ้า เช่นเดียวกับนักบุญเซซีลีอา เมื่อพบกับองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว  ให้นำสิ่งที่ดีที่สุดจากหีบสมบัติของหัวใจของเราออกมาถวายแด่กษัตริย์แห่งสันติสุขนี้  และไม่ย้อนกลับไปยังเส้นทางเดิมของบาปอีกต่อไป

ในชีวิตของเราพระองค์เสด็จเยี่ยมเราทุกวัน  ในวันนี้ขอให้เราเฝ้า รอคอยเพื่อต้อนรับพระองค์

 

 

Friday, November 16, 2012

2012 - พุธ 21 พฤศจิกายน 2555




พุธที่ 21 พฤศจิกายน 2555
ระลึกถึงพระนางมารีย์พรหมจารีถวายองค์ในพระวิหาร
สดด 150:1-6
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 1

 
บทอ่านจากหนังสือวิวรณ์
บทอ่านที่ 1                                                          วว 4:1-11

หลังจากนั้น  ข้าพเจ้าเห็นนิมิต ประตูสวรรค์เปิดบานหนึ่ง และข้าพเจ้าได้ยินเสียงที่เคยได้ยินก่อนนั้นดังดุจเสียงแตร  พูดกับข้าพเจ้าว่า จงขึ้นมาข้างบนนี้เถิด ฉันจะชี้ให้ท่านเห็นเหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นหลังจากนี้ ทันใดนั้น ข้าพเจ้าก็ตกอยู่ในภวังค์และเห็นพระบัลลังก์องค์หนึ่งตั้งอยู่ในสวรรค์  ผู้หนึ่งประทับอยู่บนพระบัลลังก์นั้น พระผู้ประทับอยู่บนพระบัลลังก์ ทรงมีลักษณะเหมือนเพชรและทับทิมแดง  มีรุ้งลักษณะเหมือนมรกตล้อมรอบพระบัลลังก์  พระบัลลังก์มีบัลลังก์อีกยี่สิบสี่องค์ล้อมอยู่ ผู้อาวุโสยี่สิบสี่คนนั่งอยู่บนบัลลังก์เหล่านั้น แต่ละคนสวมเสื้อขาว  มีมงกุฎทองคำบนศีรษะ ฟ้าแลบฟ้าร้องและเสียงดังออกมาจากพระบัลลังก์  มีตะเกียงเจ็ดดวงจุดสว่างอยู่หน้าพระบัลลังก์  ตะเกียงเหล่านี้คือจิตทั้งเจ็ดของพระเจ้า  ตรงหน้าพระบัลลังก์มีทะเลใสดุจแก้วผลึก  ตรงกลางและรอบ ๆ พระบัลลังก์มีผู้มีชีวิตสี่ตนซึ่งมีตาเต็มตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลังอยู่ตรงกลางและรอบ ๆ พระบัลลังก์  ผู้มีชีวิตตนแรกคล้ายสิงโต ตนที่สองคล้ายโค  ตนที่สามใบหน้าเหมือนมนุษย์และตนที่สี่คล้ายนกอินทรีกำลังบิน  ผู้มีชีวิตทั้งสี่ตนต่างมีปีกหกปีก  ตาอยู่รอบตัวและอยู่ใต้ปีก  ต่างร้องสรรเสริญตลอดวันตลอดคืนโดยไม่หยุดเลยว่า

ศักดิ์สิทธิ์  ศักดิ์สิทธิ์  ศักดิ์สิทธิ์
องค์พระผู้เป็นเจ้า
พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ
ผู้ทรงดำรงอยู่ในอดีต
ผู้ทรงดำรงอยู่ในปัจจุบัน
และผู้เสด็จมา

เมื่อผู้มีชีวิตทั้งสี่ตนถวายคำสรรเสริญ  ถวายพระเกียรติ  และขอบพระคุณแด่พระองค์ผู้ประทับอยู่บนพระบัลลังก์และทรงพระชนม์ตลอดนิรันดรนั้น  บรรดาผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่คนจะกราบลงเฉพาะพระพักตร์พระผู้ประทับบนพระบัลลังก์  และนมัสการพระองค์ผู้ทรงพระชนม์ตลอดนิรันดร  และจะวางมงกุฎไว้หน้าพระบัลลังก์ พลางทูลว่า

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า  พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
พระองค์ทรงสมควรจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ พระเกียรติและพระอานุภาพ
เพราะพระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่ง และทุกสิ่งถูกสร้างและดำรงอยู่ตามพระประสงค์ของพระองค์

 

พระวรสารนักบุญลูกา                                        ลก 19:11-28

ขณะที่ประชาชนกำลังฟังเรื่องเหล่านี้อยู่  พระเยซูเจ้าทรงอยู่ใกล้กรุงเยรูซาเล็มแล้ว ประชาชนคิดว่าพระอาณาจักรของพระเจ้ากำลังจะปรากฏในไม่ช้า พระองค์จึงทรงเล่าเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งว่า

บุรุษตระกูลสูงผู้หนึ่งออกเดินทางไปแดนไกลเพื่อรับตำแหน่งกษัตริย์  แล้วจะกลับมา  เขาเรียกผู้รับใช้สิบคนเข้ามา แล้วมอบเงินจำนวนหนึ่งให้แต่ละคน สั่งว่า จงเอาเงินนี้ไปทำธุรกิจจนกว่าเราจะกลับแต่ชาวเมืองเกลียดชังเขา จึงส่งทูตคณะหนึ่งตามไปแจ้งว่า พวกเราไม่ต้องการให้บุรุษผู้นี้เป็นกษัตริย์  แต่เขาก็ยังได้รับตำแหน่งกษัตริย์แล้วกลับมา  จึงสั่งให้ไปเรียกผู้รับใช้ที่เขามอบเงินให้ไว้มาพบ เพื่อจะรู้ว่าแต่ละคนได้ทำธุรกิจอย่างไร  คนแรกเข้ามารายงานว่า นายขอรับเงินที่ท่านให้ไว้ ทำกำไรได้สิบเท่านายจึงบอกเขาว่า ดีแล้ว เจ้าเป็นผู้รับใช้ที่ดี เพราะเจ้าซื่อสัตย์ในเรื่องเล็กน้อย เจ้าจงมีอำนาจปกครองเมืองสิบเมืองเถิด

คนที่สองเข้ามารายงานว่า นายขอรับเงินที่ท่านให้ไว้ ทำกำไรได้ห้าเท่านายบอกเขาว่า เจ้าจงไปปกครองเมืองห้าเมืองเถิด

อีกคนหนึ่งเข้ามารายงานว่า นายขอรับเงินที่ท่านให้ไว้อยู่นี่ ข้าพเจ้าเอาผ้าห่อเก็บไว้ ข้าพเจ้ากลัวท่าน เพราะท่านเป็นคนเข้มงวด ท่านเอาสิ่งที่ท่านไม่ได้ฝาก ท่านเก็บเกี่ยวสิ่งที่ท่านไม่ได้หว่านนายจึงพูดกับเขาว่า เจ้าขี้ข้าชั่วช้า ข้าจะตัดสินเจ้าจากคำพูดของเจ้า เจ้ารู้แล้วว่า ข้าเป็นคนเข้มงวด เอาสิ่งที่ข้าไม่ได้ฝากไว้ เก็บเกี่ยวสิ่งที่ข้าไม่ได้หว่าน ทำไมเจ้าจึงไม่เอาเงินของข้าไปฝากธนาคารไว้เล่า เมื่อข้ากลับมา ข้าจะได้เงินคืนพร้อมกับดอกเบี้ยด้วยนายยังกล่าวกับคนที่อยู่ที่นั่นว่า จงเอาเงินจากเขามาให้กับผู้ที่ทำกำไรสิบเท่าเถิดคนเหล่านั้นพูดว่า นายขอรับ เขามีเงินมากอยู่แล้วนายจึงตอบว่า ข้าบอกเจ้าทั้งหลายว่า ผู้ที่มีมาก จะได้รับมากขึ้น ส่วนผู้ที่มีน้อย สิ่งเล็กน้อยที่เขามีอยู่จะถูกริบไปด้วย  ส่วนพวกศัตรูของข้าที่ไม่ต้องการให้ข้าเป็นกษัตริย์  จงพามาที่นี่ และประหารเสียต่อหน้าข้า  เมื่อตรัสดังนี้แล้ว พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินต่อไป เสด็จนำหน้าประชาชนขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม


ข้อคิด

พระเจ้าประทานพระพรให้เราแต่ละคนมีความแตกต่างและไม่เท่าเทียมกัน  ทั้งนี้ มิใช่เพราะพระองค์ไม่ทรงความยุติธรรม พระพรที่แตกต่างกันนี้เองเป็นโอกาสที่ทำให้เราสามารถเติมเต็มซึ่งกันและกัน เพราะพระเจ้าทรงสร้างเรา เพื่อให้เรารู้จัก รักและรับใช้พระองค์ในบรรดาเพื่อนพี่น้องของเรา

ในหมู่คณะหรือชุมชนวัดของเรา เราพยายามที่จะตระหนักถึง ยกย่องและชื่นชมยินดีในพระพรของสมาชิกทุกคนมากน้อยเพียงใด

 

2012 - อังคาร 20 พฤศจิกายน 2555




อังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2555
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
สดด 15:2,3-4,5
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 1
 

บทอ่านจากหนังสือวิวรณ์
บทอ่านที่ 1                                                       วว 3:1-6,14-22

จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของพระศาสนจักรที่เมืองซาร์ดิสว่า  พระองค์ผู้ทรงมีจิตทั้งเจ็ดของพระเจ้าและทรงมีดาวเจ็ดดวงตรัสว่า  เรารู้จักกิจการของท่าน  ใคร ๆ คิดว่าท่านมีชีวิต  แต่ท่านตายแล้ว  จงตื่นขึ้นและเสริมกำลังส่วนที่เหลือซึ่งใกล้จะตาย  เพราะเราไม่ได้พบกิจการใดของท่านดีพร้อมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าของเรา  จงระลึกเถิดว่า  ท่านได้รับ  ได้ยินพระวาจาอย่างไร  จงปฏิบัติตามและกลับใจเถิด  ถ้าท่านไม่ตื่นเฝ้า  เราจะมาเหมือนขโมย และท่านจะไม่รู้ว่าเราจะมาพบท่านเมื่อไร  แต่มีบางคนที่เมืองซาร์ดิสซึ่งไม่ได้ทำให้เสื้อผ้าของตนมีมลทินท เขาเหล่านั้นจะสวมเสื้อขาวเดินกับเราเพราะเขาเป็นผู้เหมาะสม  ผู้ใดมีชัยชนะจะสวมเสื้อขาวเช่นนี้  เราจะไม่ลบนามของเขาออกจากหนังสือแห่งชีวิต  เราจะรับรู้นามของเขาเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราและต่อหน้าบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์  ผู้มีหู จงฟังสิ่งที่พระจิตเจ้าตรัสแก่พระศาสนจักรทั้งหลายเถิด

จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของพระศาสนจักรที่เมืองเลาดิเซียว่า พระองค์ผู้ทรงเป็นอาเมน  ผู้ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์และตรัสความจริง  ผู้ทรงเป็นปฐมเหตุของทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง  ตรัสว่า เรารู้จักกิจการของท่าน  รู้ว่าท่านไม่เย็นไม่ร้อน  ท่านจะเย็นหรือร้อนไปเลยก็จะดีกว่า แต่ท่านมิได้เป็นเช่นนั้น  เพราะท่านอุ่น ๆ ไม่เย็นไม่ร้อน  เรากำลังจะคายท่านออกจากปากของเรา  ท่านพูดว่า  ฉันร่ำรวย  มีสมบัติมากมายและไม่ต้องการอะไรอีก  แต่ท่านไม่รู้ว่าท่านเป็นคนอาภัพ  น่าสงสาร  ยากจน  ตาบอดและเปลือยเปล่า เราแนะนำท่านให้ซื้อทองคำที่หลอมบริสุทธิ์แล้วจากเรา  เพื่อท่านจะร่ำรวย  ซื้อเสื้อขาวเพื่อสวมใส่ปกปิดความเปลือยเปล่าที่น่าอับอายของท่าน  ซื้อยาหยอดตาเพื่อจะแลเห็นได้อีก  เราตักเตือนและเฆี่ยนตีสั่งสอนผู้ที่เรารัก ดังนั้น จงมีความกระตือรือร้นและกลับใจ  ดูเถิด เรากำลังยืนเคาะประตู  ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู  เราจะเข้าไปกินอาหารร่วมกับเขา  เขาจะกินอาหารร่วมกับเรา ผู้ใดมีชัยชนะ  เราจะให้เขานั่งกับเราบนบัลลังก์  เหมือนกับที่เรามีชัยชนะแล้วและได้นั่งกับพระบิดาของเราบนพระบัลลังก์ของพระองค์  ผู้มีหู จงฟังสิ่งที่พระจิตเจ้าตรัสแก่พระศาสนจักรทั้งหลายเถิด


พระวรสารนักบุญลูกา                                              ลก 19:1-10

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าเมืองเยรีโคและกำลังจะเสด็จผ่านเมืองนั้น  ชายคนหนึ่งชื่อศักเคียส เป็นหัวหน้าคนเก็บภาษี  เป็นคนมั่งมี เขาพยายามมองดูว่าใครคือพระเยซูเจ้า  แต่ก็มองไม่เห็นเพราะมีคนมากและเพราะเขาเป็นคนร่างเตี้ย เขาจึงวิ่งนำหน้าไป  ปีนขึ้นต้นมะเดื่อเทศ เพื่อให้เห็นพระเยซูเจ้า  เพราะพระองค์กำลังจะเสด็จผ่านไปทางนั้น  เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงที่นั่น  ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นทอดพระเนตรตรัสกับเขาว่า  ศักเคียส รีบลงมาเถิด เพราะเราจะไปพักที่บ้านท่านวันนี้

เขารีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความยินดี ทุกคนที่เห็นต่างบ่นว่า เขาไปพักที่บ้านคนบาป  ศักเคียสยืนขึ้นทูลพระเยซูเจ้าว่า พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าจะยกทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งให้แก่คนจน และถ้าข้าพเจ้าโกงสิ่งใดของใครมา ข้าพเจ้าจะคืนให้เขาสี่เท่า  พระเยซูเจ้าตรัสว่า วันนี้ ความรอดพ้นมาสู่บ้านนี้แล้ว  เพราะคนนี้เป็นบุตรของอับราฮัมด้วย บุตรแห่งมนุษย์มาเพื่อแสวงหาและเพื่อช่วยผู้ที่เสียไปให้รอดพ้น

ข้อคิด

วันนี้ศักเคียสอยากรู้จักและเห็นพระเยซูเจ้า  แต่เนื่องจากเป็นคนร่างเตี้ยจึงต้องปีนต้นไม้เพื่อจะได้เห็นพระเยซูได้ชัด ๆ ในละแวกบ้านของเรามีหลายคนเป็นเช่นเดียวกับศักเคียส คือมีความต้องการที่จะเห็นและรู้จักพระเยซู  เขาพยายามหาหนทางเข้ามาแต่ก็ได้แต่มองอยู่แต่ไกล ๆ  และพวกเราเองก็ไม่ได้สังเกต  ศักเคียสโชคดีที่พระเยซูทรงเงยพระพักตร์ไปเห็น  วันนี้ให้เราหันไปมองบุคคลๆรอบๆตัวเราว่ามีใครอยากพบพระเยซูบ้างและช่วยกันนำพวกเขามาพบพระองค์

 

2012 - จันทร์ 19 พฤศจิกายน 2555




จันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2555
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
สดด 1:1-6
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 1
 

บทอ่านจากหนังสือวิวรณ์
บทอ่านที่ 1                                                       วว 1:1-4, 2:1-5

ต่อไปนี้เป็นการเปิดเผยเรื่องพระเยซูคริสตเจ้า

พระเจ้าทรงเปิดเผยแก่พระเยซูคริสตเจ้า  เพื่อจะได้แจ้งแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ถึงสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ พระเยซูคริสตเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์มาพบยอห์นผู้รับใช้ของพระองค์เพื่ออธิบายความหมาย  ยอห์นเป็นพยานถึงพระวาจาของพระเจ้าและเป็นพยานถึงคำยืนยันของพระเยซูคริสตเจ้าตามที่เขาเห็น  ความสุขจงมีแก่บรรดาผู้อ่านและผู้ฟังถ้อยคำของการประกาศพระวาจานี้และปฏิบัติตามข้อความที่เขียนไว้  เพราะเหตุการณ์นั้นใกล้เข้ามาแล้ว

จากยอห์น  ถึงพระศาสนจักรทั้งเจ็ดแห่งในแคว้นอาเซีย  ขอพระหรรษทานและสันติสุขสถิตอยู่กับท่านทั้งหลาย  จากพระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ในปัจจุบัน  ผู้ทรงดำรงอยู่ในอดีตและผู้เสด็จมา  จากจิตทั้งเจ็ดซึ่งอยู่เบื้องหน้าพระที่นั่งของพระองค์

จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของพระศาสนจักรที่เมืองเอเฟซัสว่า  พระองค์ผู้ทรงถือดาวทั้งเจ็ดดวงไว้ในพระหัตถ์ขวา  และทรงดำเนินอยู่ในหมู่เชิงตะเกียงทองคำทั้งเจ็ดเชิงตรัสดังนี้  เรารู้จักกิจการ  ความเหน็ดเหนื่อยและความเพียรทนของท่าน  และรู้ว่าท่านทนคนชั่วช้าไม่ได้  ท่านทดสอบผู้ที่อ้างว่าเป็นอัครสาวก  แต่ไม่เป็น  และพบว่า  เขาเหล่านั้นเป็นคนพูดคำเท็จ  ท่านมีความเพียรทนและทนทุกข์เพราะนามของเรา  โดยไม่ท้อถอย

ถึงกระนั้น  เรามีเรื่องตำหนิท่านด้วย  คือท่านละทิ้งความรักที่เคยมีแต่ก่อน  ดังนั้น จงระลึกว่า ท่านเคยเป็นอย่างไร  จงกลับใจและทำกิจการอย่างเดิม


พระวรสารนักบุญลูกา                                            ลก 18:35-43

ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินมาใกล้เมืองเยรีโค  ชายตาบอดคนหนึ่งนั่งขอทานอยู่ริมทาง  เมื่อได้ยินเสียงผู้คนผ่านมา เขาจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น  มีคนบอกเขาว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธกำลังเสด็จผ่านมา  คนตาบอดจึงร้องขึ้นว่า ข้าแต่พระเยซู  โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า  โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิดผู้คนที่เดินข้างหน้า  ได้ดุว่าเขา  บอกให้เงียบ แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด พระเยซูเจ้าทรงหยุด  ตรัสสั่งให้นำคนนั้นเข้ามา เมื่อเขาเข้ามาใกล้  พระองค์ตรัสถามว่า ท่านอยากให้เราทำอะไรให้ เขาทูลว่า พระเจ้าข้า ให้ข้าพเจ้ามองเห็นเถิด

พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า จงมองเห็นเถิด ความเชื่อของท่านช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว

ทันใดนั้น  เขาก็มองเห็นได้อีก  และเดินตามพระองค์ไป พลางถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า ประชาชนทั้งปวงเห็นเช่นนั้น ต่างร้องสรรเสริญพระเจ้า

ข้อคิด

คนตาดีสามารถมองเห็นทุกอย่างสารพัด  แต่คนตาบอดต้องอาศัยการฟังเสียง  วันนี้คนตาดีโชคดีที่ได้เห็นและได้ใกล้ชิดพระเยซู คนตาบอดอยากเป็นเช่นนั้นบ้าง  แต่ถูกคนตาดีห้ามปราม  ที่สุดพระเยซูทรงมีเมตตาต่อเขา  ชีวิตของเราคริสตชนเป็นเหมือนคนตาดีในพระคัมภีร์บ้างหรือไม่ เรารู้จักและใกล้ชิดพระเจ้าแล้ว แต่เรากลับไม่เคยนึกถึงคนอื่น ๆ ที่อยากเข้ามารู้จักและใกล้ชิดกับพระเจ้า  หรือเราอาจจะทำตนเองให้เป็นอุปสรรคต่อบุคคลที่อยากจะเข้ามาหาพระเจ้าอีกด้วยหรือไม่