Sunday, October 7, 2012

2012 - 8 ตุลาคม 2555




จันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2555
สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
สดด 111:1-2,7-8,9-10
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 3


บทอ่านที่ 1                                                              กท 1:6-12

        พี่น้อง ข้าพเจ้าประหลาดใจที่ท่านทั้งหลายหันเหอย่างรวดเร็วจากพระบิดาผู้ทรงเรียกท่านด้วยพระหรรษทานของพระคริสตเจ้า  ไปเชื่อข่าวดีอื่น  อันที่จริงแล้ว  ข้าวดีอื่นนั้นไม่มี  แต่มีบางคนก่อความวุ่นวายในหมู่ท่านทั้งหลาย  และประสงค์จะบิดเบือนข่าวดีของพระคริสตเจ้า  แต่ถ้าเราหรือฑูตสวรรค์ประกาศข่าวดีขัดแย้งกับที่เราเคยประกาศแก่ท่าน  ขอให้ผู้นั้นถูกสาบแช่งเถิด  บัดนี้ ข้าพเจ้าขอพูดย้ำสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยพูดไว้ก่อนอีกครั้งหนึ่งว่า  ถ้าใครประกาศข่าวดีแก่ท่านขัดแย้งกับข่าวดีที่ท่านเคยรับไว้  ก็ขอให้ผู้นั้นถูกสาปแช่งเถิด  บัดนี้ ข้าพเจ้ากำลังเอาใจมนุษย์หรือพระเจ้า  ข้าพเจ้าพยายามเอาใจมนุษย์กระนั้นหรือ  หากข้าพเจ้ายังเอาใจมนุษย์  ข้าพเจ้าก็คงไม่เป็นผู้รับใช้ของพระคริสตเจ้า


พระวรสาร                                                            ลก 10:25-37

ขณะนั้น นักกฎหมายคนหนึ่งยืนขึ้นทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองค์ว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าจะต้องทำสิ่งใดเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร”  พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ในธรรมบัญญัติมีเขียนไว้อย่างไร  ท่านอ่านว่าอย่างไร

เขาทูลตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า  พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดกำลัง และสุดสติปัญญาของท่าน  ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง”

พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านตอบถูกแล้ว จงทำเช่นนี้ แล้วจะได้ชีวิต”  ชายคนนั้นต้องการแสดงว่าตนถูกต้อง จึงทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “แล้วใครเล่าเป็นเพื่อนมนุษย์ของข้าพเจ้า”

พระเยซูเจ้าจึงตรัสต่อไปว่า “ชายคนหนึ่งกำลังเดินทางจากกรุงเยรูซาเล็มไปยังเมืองเยรีโค  เขาถูกโจรปล้น  พวกโจรปล้นทุกสิ่ง  ทุบตีเขา แล้วก็จากไป  ทิ้งเขาไว้อาการสาหัสเกือบสิ้นชีวิต  สมณะผู้หนึ่งเดินผ่านมาทางนั้นโดยบังเอิญ  เห็นเขาและเดินผ่านเลยไปอีกฟากหนึ่ง  ชาวเลวีคนหนึ่งผ่านมาทางนั้น  เห็นเขาและเดินผ่านเลยไปอีกฟากหนึ่งเช่นเดียวกัน  แต่ชาวสะมาเรียผู้หนึ่งเดินทางผ่านมาใกล้ ๆ เห็นเขาก็รู้สึกสงสาร  จึงเดินเข้าไปหา  เทน้ำมันและเหล้าองุ่นลงบนบาดแผลแล้วพันผ้าให้  นำเขาขึ้นหลังสัตว์ของตนพาไปถึงโรงแรมแห่งหนึ่งและช่วยดูแลเขา

วันรุ่งขึ้นชาวสะมาเรียผู้นั้นนำเงินสองเหรีญออกมามอบให้เจ้าของโรงแรมไว้กล่าวว่า “ช่วยดูแลเขาด้วย  เงินที่ท่านจะจ่ายเกินไปนั้น ฉันจะคืนให้เมื่อกลับมา”  ท่านคิดว่าในสามคนนี้ใครเป็นเพื่อนมนุษย์ของคนที่ถูกโจรปล้น” เขาทูลตอบว่า “คนที่แสดงเมตตาต่อเขา”  พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “ท่านจงไปและทำเช่นเดียวกันเถิด”


ข้อคิด

ความรักมิใช่เป็นพระบัญญัติที่มีไว้ให้ท่องขึ้นใจ  ราวกับว่า  เมื่อท่องได้ก็มีความรักแล้ว  ความรักมิใช่เป็นแต่เพียงความรู้สึก  แต่ต้องแสดงออกเป็นการกระทำที่เห็นได้ชัด  ดังเช่นชาวสะมาเรียในพระวรสาร  ที่ได้ก้มลงช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ลงมือล้างและพันแผล  พร้อมทั้งรับผิดชอบนำไปยียวยารักษาต่อ  จนกระทั้งบุคคลนั้นมีชีวิตเป็นปกติสมศักดิ์สรีความเป็นมนุษย์

ข้าแต่พระเยซูเจ้า  ลูกจะปฏิบัติกิจการแห่งความรักโดยไม่มีเงื่อนไขต่อเพื่อนมนุษย์ที่อยู่รอบข้างและกำลังรอคอยความรักอยู่

No comments:

Post a Comment