Friday, October 5, 2012

2012 - 7 ตุลาคม 2555




อาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2555
สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 3

 

บทอ่านจากหนังสือปฐมกาล                                ปฐก 2:18-24

        องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าตรัสว่า “มนุษย์อยู่เพียงคนเดียวนั้น  ไม่ดีเลย เราจะสร้างผู้ช่วยที่เหมาะสมกับเขาให้”  องค์พระผู้เป็นเจ้า  พระเจ้าจึงทรงเอาดินมาปั้นสัตว์ป่าทุกชนิดและนกทุกชนิดในท้องฟ้า  ทรงนำสัตว์เหล่านี้มาให้มนุษย์  เพื่อดูว่าเขาจะตั้งชื่อมันว่าอย่างไร  สัตว์แต่ละตัวจะมีชื่อตามที่มนุษย์ตั้งให้  มนุษย์จึงตั้งชื่อให้สัตว์เลี้ยง  นกในอากาศและสัตว์ป่าทั้งหมด  แต่มนุษย์ยังไม่พบผู้ช่วยที่เหมาะกับตน  ดังนั้น  องค์พระผู้เป็นเจ้า  พระเจ้าทรงทำให้มนุษย์หลับสนิท และขณะที่เขากำลังนอนหลับ ก็ทรงเอากระดูกซี่โครงของเขาออกมาหนึ่งซี่ และทรงบันดาลให้เนื้อปิดสนิท  องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าทรงเอาซี่โครงนั้นมาสร้างหญิง  และทรงนำมาให้มนุษย์  มนุษย์จึงพูดว่า

       “นี่คือกระดูกจากกระดูกของฉัน และเนื้อจากเนื้อของฉัน  นางจะมีชื่อว่าหญิงเพราะนางมาจากชาย”  เพราะฉะนั้น ชายจะละบิดามารดาของตนไปผูกพันกับภรรยา และทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน

 

เพลงสดุดี                                                    สดด 128:1-2,4-5,6

ก)    ผู้ยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้าย่อมเป็นสุข
เขาเดินอยู่ในมรรคาของพระองค์
ท่านจะมีอาหารกินจากงานที่ท่านทำ
ท่านจะเป็นสุขและเจริญรุ่งเรือง

ข)    ภรรยาของท่านจะเป็นดั่งเถาองุ่นที่มีผลดกภายในบ้านของท่าน
บุตรของท่านจะเป็นเหมือนหน่อต้นมะกอกเทศนั่งอยู่รอบโต๊ะอาหาร

ค)    บุรุษผู้ยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้าจะได้รับพระพรเช่นนี้
ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าประทานพระพรแก่ท่านจากศิโยน
ขอให้ท่านเห็นความรุ่งเรืองของกรุงเยรูซาเล็ม

ง)     ขอให้ท่านมีชีวิตยืนนานเห็นหลานเห็นเหลน
สันติสุขจงมีแด่อิสราเอล

 

บทอ่านจากจดหมายถึงชาวฮีบรู                            ฮบ 2:9-11

พี่น้อง  แต่เราก็เห็นว่า  พระเยซูเจ้าผู้ถูกลดฐานะลงต่ำกว่าทูตสวรรค์อยู่ชั่วขณะหนึ่ง  ทรงได้รับสิริรุ่งโรจน์และเกียรติยศเป็นมงกุฎ  เพราะทรงยอมรับความตาย  ดังนี้ โดยอาศัยพระหรรษทานของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงลิ้มรสความตายเพื่อมนุษย์ทุกคน

พระเจ้าผู้ทรงสร้างและค้ำจุนทุกสิ่ง มีพระประสงค์จะนำบุตรจำนวนมากเข้ามารับพระสิริรุ่งโรจน์  จึงเป็นการเหมาะสมแล้วที่พระองค์จะทรงทำให้ผู้ที่นำมนุษย์ให้รอดพ้นนั้นสมบูรณ์โดยผ่านการทนทุกข์ทรมาน  เพราะว่าทั้งผู้ประทานความศักดิ์สิทธิ์และผู้รับความศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาจากแหล่งเดียวกัน  พระองค์จึงไม่ทรงอายที่จะเรียกคนเหล่านั้นว่าพี่น้อง

 
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                      มก 10:2-16

       เวลานั้นชาวฟาริสีบางคนทูลถามหวังจะจับผิดพระองค์ว่า “เป็นการถูกต้องหรือไม่ที่ชายจะหย่ากับภรรยา?”  พระองค์ทรงตอบเขาว่า โมเสสได้บัญญัติไว้ว่าอย่างไร?  เขาทูลตอบว่า โมเสสอนุญาตให้ทำหนังสือหย่าร้างและหย่ากันได้ พระเยซูเจ้าตรสตอบว่า เพราะใจดื้อหยาบกระด้างของท่าน  โมเสสจึงได้เขียนบัญญัติข้อนี้ไว้  แต่เมื่อแรกสร้างโลกนั้นพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์เป็นชายและหญิง เพราะฉะนั้น ชายจะละบิดามารดา และชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน  ดังนี้ เขาจึงไม่เป็นสองอีกต่อไป  แต่เป็นเนื้อเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่พระเจ้าทรงรวมกันไว้  มนุษย์อย่าได้แยกเลย  เมื่อกลับเข้าไปในบ้านแล้ว  บรรดาศิษย์ทูลถามถึงเรื่องนี้อีก  พระองค์จึงตรัสตอบว่า ผู้ใดหย่าร้างภรรยา  และแต่งงานกับอีกคนหนึ่ง ก็ทำผิดประเวณีต่อภรรยาคนเดิม  และถ้าหญิงคนหนึ่งหย่ากับสามีไปแต่งงานกับอีกคนหนึ่ง ก็ทำผิดประเวณีเช่นเดียวกัน

มีผู้นำเด็กเล็ก ๆ มาเฝ้าพระเยซูเจ้าเพื่อทรงสัมผัสอวยพร  แต่บรรดาศิษย์กลับดุว่าคนเหล่านั้น  เมื่อทรงเห็นเช่นนี้  พระองค์ทรงรู้สึกกริ้ว  ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า ปล่อยให้เด็กเล็ก ๆ มาหาเราถิด  อย่าห้ามเลย เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้  เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็ก ๆ เขาจะไม่เข้าสู่พระอาณาจักรนั้นเลย  แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้  ปกพระหัตถ์ และประทานพระพร


ข้อคิด

การแต่งงานของคริสตชนคือการสะท้อนภาพลักษณ์ที่พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ ให้เป็นชายและหญิง ซึ่งมีความต่างกัน  และเมื่อแต่งงานกันแล้ว  ก็แสดงภาพลักษณ์ที่แท้จริงของพระเจ้าได้  กล่าวคือแม้เป็นบุคคลที่ต่างกันแต่เป็นหนึ่งเดียวกันได้  พระเยซูเจ้าทรงย้ำเตือนให้เราดำเนินชีวิตตามแผนการเดิม ที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้เราสะท้อนภาพลักษณ์เชิงสังคมของพระองค์ในชีวิตแต่งงาน  แม้มีความยากลำบากในสังคมปัจจุบัน  แต่ศีลแต่งงานก็มีพระหรรษทานพิเศษ  เพื่อให้คู่แต่งงานกระทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีจนสำเร็จ

ข้าแต่พระตรีเอกภาพ ขอโปรดให้พวกลูกเอาชนะอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของลูก  โดยเฉพาะในชีวิตคู่และชีวิตครอบครัวด้วยเทอญ

No comments:

Post a Comment