สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 4
บทอ่านจากหนังสือปรีชาญาณ
ปชญ
7:7-11
ข้าพเจ้าอธิษฐานขอความรอบรู้
แล้วพระเจ้าก็ประทาน ข้าพเจ้าวอนขอ แล้วจิตแห่งปรีชาญาณก็มาหาข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าประมาณค่าปรีชาญาณเหนือกว่าคทาและราชบัลลังก์ ข้าพเจ้าคิดว่าทรัพย์สมบัติไม่มีค่าใดเลยเมื่อเปรียบกับปรีชาญาณ แม้เพชรล้ำค่า
ข้าพเจ้าคิดว่าด้อยกว่าปรีชาญาณ
ทองทั้งโลก
เมื่อเปรียบกับปรีชาญาณ
ก็เหมือนทรายหยิบมือเดียว
เงิน เมื่อเปรียบกับปรีชาญาณ ก็เหมือนดินโคลน ข้าพเจ้ารักปรีชาญาณมากกว่าสุขภาพและความสวยงาม
ข้าพเจ้าคิดว่าปรีชาญาณมีค่ามากกว่าแสงสว่าง เพราะรังสีของปรีชาญาณ ไม่มีวันอับแสง สิ่งดีทั้งหลายมาถึงข้าพเจ้าพร้อมกับปรีชาญาณ ทรัพย์สมบัติล้ำค่าอยู่ในมือของปรีชาญาณ
ก) โปรดทรงสอนข้าพเจ้าทั้งหลายให้รู้จักนับวันแห่งชีวิตได้ถูกต้อง เพื่อจะได้มีจิตใจปรีชาฉลาด
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดเสด็จกลับมาเถิด
ข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องรอคอยอีกนานเพียงใด?
โปรดทรงเมตตาบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์เถิด
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดเสด็จกลับมาเถิด
ข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องรอคอยอีกนานเพียงใด?
โปรดทรงเมตตาบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์เถิด
ข) ทุกยามเช้าโปรดประทานความรักมั่นคงของพระองค์แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายอย่างเต็มเปี่ยม
ข้าพเจ้าทั้งหลายจะได้โห่ร้องด้วยความเบิกบานและมีความยินดีตลอดชีวิต
ขอพระองค์ประทานความยินดีแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย
นานเท่ากับเวลาที่พระองค์ทรงบันดาลให้ได้รับความทุกข์ยาก
เท่ากับปีที่ข้าพเจ้าทั้งหลายต้องประสบความเลวร้าย
ข้าพเจ้าทั้งหลายจะได้โห่ร้องด้วยความเบิกบานและมีความยินดีตลอดชีวิต
ขอพระองค์ประทานความยินดีแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย
นานเท่ากับเวลาที่พระองค์ทรงบันดาลให้ได้รับความทุกข์ยาก
เท่ากับปีที่ข้าพเจ้าทั้งหลายต้องประสบความเลวร้าย
ค) โปรดสำแดงให้ผู้รับใช้ของพระองค์เห็นพระราชกิจของพระองค์ ให้ลูกหลานของเขาได้เห็นความรุ่งเรืองของพระองค์
ขอองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย โปรดปรานข้าพเจ้า
ขอพระองค์ประทานให้ผลงานที่ข้าพเจ้าทั้งหลายกระทำสำเร็จไป ขอให้ผลงานที่ข้าพเจ้าทั้งหลายกระทำมีความมั่นคง
ขอองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย โปรดปรานข้าพเจ้า
ขอพระองค์ประทานให้ผลงานที่ข้าพเจ้าทั้งหลายกระทำสำเร็จไป ขอให้ผลงานที่ข้าพเจ้าทั้งหลายกระทำมีความมั่นคง
บทอ่านจากจดหมายถึงชาวฮีบรู ฮบ
4:12-13
พี่น้อง พระวาจาของพระเจ้า
เป็นพระวาจาที่มีชีวิตแล้วบังเกิดผล
คมยิ่งกว่าดาบสองคมใด ๆ แทงทะลุเข้าไปถึงจุดที่วิญญาณและจิตใจแยกจากกัน ถึงเส้นเอ็นและไขกระดูก สามารถวินิจฉัยความรู้สึกนึกคิดภายในใจ จึงไม่มีสรรพสิ่งใด ๆ ซ่อนเร้นไว้
เฉพาะพระพักตร์
แต่ทุกสิ่งเปิดเผยอย่างชัดเจนต่อสายพระเนตรของพระผู้ซึ่งเราจะต้องทูลถวายรายงาน
เวลานั้น
ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังทรงพระดำเนินอยู่ระหว่างทาง ชายคนหนึ่งรีบเข้ามาคุกเข่าลง ทูลถามว่า ‘พระอาจารย์ผู้ทรงความดี ข้าพเจ้าต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร?’
พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า ‘ทำไมเรียกเราว่าผู้ทรงความดี? ไม่มีใครทรงความดีนอกจากพระเจ้าเท่านั้น ท่านก็รู้จักบทบัญญัติแล้ว คือ อย่าฆ่าคน
อย่างล่วงประเวณี อย่าลักขโมย อย่าเป็นพยานเท็จ อย่าฉ้อโกง จงนับถือบิดามารดา’ ชายผู้นั้นทูลว่า ‘พระอาจารย์ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติเหล่านี้ทุกข้อ
มาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว’
พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู ตรัสกับคนเขาว่า ‘ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงขายไปทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด’ เมื่อได้ฟังพระวาจานี้ ชายผู้นั้นหน้าสลดลงเป็นทุกข์ แล้วจากไป เพราะเขามีทรัพย์สมบัติมากมาย
พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรโดยรอบ แล้วตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า ‘ยากจริงหนอที่คนมั่งมีจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า!’ บรรดาศิษย์แปลกใจต่อพระวาจานี้ พระเยซูเจ้าจึงตรัสอีกว่า ‘ลูกเอ๋ย
ยากจริงหนอที่จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า! อูฐจะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมั่งมีเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า’ บรรดาศิษย์ยิ่งประหลาดใจมากขึ้น พูดกันว่า ‘ดังนี้
ใครเล่าจะสามารถรอดพ้นได้’
พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรบรรดาศิษย์แล้วตรัสว่า
‘สำหรับมนุษย์เป็นไปไม่ได้
แต่สำหรับพระเจ้าเป็นเช่นนั้นได้
เพราะพระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง’
เปโตรทูลพระเยซูเจ้าว่า ‘ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สละทุกสิ่ง และติดตามพระองค์แล้ว’
พระเยซูเจ้าตรัสว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ไม่มีใครที่ละทิ้งบ้านช่อง พี่น้องชายหญิง บิดามารดา
บุตรหรือไร่นาเพราะเห็นแก่เรา
และเพราะเห็นแก่ข่าวดี
จะไม่ได้รับตอบแทนร้อยเท่า ณ บัดนี้
เขาจะได้บ้านช่อง
พี่น้องชายหญิง มารดา บุตร
ไร่นา พร้อมกับการเบียดเบียนในโลกนี้ และในโลกหน้าจะได้ชีวิตนิรันดร’
ข้อคิด
วัยรุ่นเป็นวัยร้อนวัยแรงวัยเร็ว
ดังเช่นชายหนุ่มในพระวรสารวันนี้
แม้เป็นคนดีและคนรวยระดับหนึ่ง แต่ก็รีบเข้ามาพบพระเยซูเจ้า พร้อมทั้งป้อนคำถามแสดงความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่มีความหมาย และมีคุณค่ากว่าที่เป็นอยู่ แต่น่าเสียดาย
เขาไม่สามารถตอบสนองคำท้าทายของพระเยซูเจ้าที่ให้เขาลืมตนเอง และคิดถึงผู้อื่น เขาได้จากพระองค์ไปด้วยหน้าตาเป็นทุกข์ และเศร้าสลด
ถึงกระนั้นพระวาจาประโยคหนึ่งกล่าวว่า “พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเขาด้วยพระทัยเอ็นดู”
อันเป็นท่าทีที่พระเยซูเจ้าได้มอบให้เรากระทำต่อไปต่อบรรดาวัยรุ่นทั้งหลาย ซึ่งมีท่าทีดังเช่นชายหนุ่มในพระวรสาร กล่าวคือเราต้องมองบรรดาวัยรุ่นด้วยสายตาที่เอ็นดูและท้าทายพวกเขาแทนพระเยซูเจ้าต่อไป

No comments:
Post a Comment