Friday, November 16, 2012

2012 - อังคาร 20 พฤศจิกายน 2555




อังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2555
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
สดด 15:2,3-4,5
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 1
 

บทอ่านจากหนังสือวิวรณ์
บทอ่านที่ 1                                                       วว 3:1-6,14-22

จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของพระศาสนจักรที่เมืองซาร์ดิสว่า  พระองค์ผู้ทรงมีจิตทั้งเจ็ดของพระเจ้าและทรงมีดาวเจ็ดดวงตรัสว่า  เรารู้จักกิจการของท่าน  ใคร ๆ คิดว่าท่านมีชีวิต  แต่ท่านตายแล้ว  จงตื่นขึ้นและเสริมกำลังส่วนที่เหลือซึ่งใกล้จะตาย  เพราะเราไม่ได้พบกิจการใดของท่านดีพร้อมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าของเรา  จงระลึกเถิดว่า  ท่านได้รับ  ได้ยินพระวาจาอย่างไร  จงปฏิบัติตามและกลับใจเถิด  ถ้าท่านไม่ตื่นเฝ้า  เราจะมาเหมือนขโมย และท่านจะไม่รู้ว่าเราจะมาพบท่านเมื่อไร  แต่มีบางคนที่เมืองซาร์ดิสซึ่งไม่ได้ทำให้เสื้อผ้าของตนมีมลทินท เขาเหล่านั้นจะสวมเสื้อขาวเดินกับเราเพราะเขาเป็นผู้เหมาะสม  ผู้ใดมีชัยชนะจะสวมเสื้อขาวเช่นนี้  เราจะไม่ลบนามของเขาออกจากหนังสือแห่งชีวิต  เราจะรับรู้นามของเขาเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราและต่อหน้าบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์  ผู้มีหู จงฟังสิ่งที่พระจิตเจ้าตรัสแก่พระศาสนจักรทั้งหลายเถิด

จงเขียนถึงทูตสวรรค์ของพระศาสนจักรที่เมืองเลาดิเซียว่า พระองค์ผู้ทรงเป็นอาเมน  ผู้ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์และตรัสความจริง  ผู้ทรงเป็นปฐมเหตุของทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง  ตรัสว่า เรารู้จักกิจการของท่าน  รู้ว่าท่านไม่เย็นไม่ร้อน  ท่านจะเย็นหรือร้อนไปเลยก็จะดีกว่า แต่ท่านมิได้เป็นเช่นนั้น  เพราะท่านอุ่น ๆ ไม่เย็นไม่ร้อน  เรากำลังจะคายท่านออกจากปากของเรา  ท่านพูดว่า  ฉันร่ำรวย  มีสมบัติมากมายและไม่ต้องการอะไรอีก  แต่ท่านไม่รู้ว่าท่านเป็นคนอาภัพ  น่าสงสาร  ยากจน  ตาบอดและเปลือยเปล่า เราแนะนำท่านให้ซื้อทองคำที่หลอมบริสุทธิ์แล้วจากเรา  เพื่อท่านจะร่ำรวย  ซื้อเสื้อขาวเพื่อสวมใส่ปกปิดความเปลือยเปล่าที่น่าอับอายของท่าน  ซื้อยาหยอดตาเพื่อจะแลเห็นได้อีก  เราตักเตือนและเฆี่ยนตีสั่งสอนผู้ที่เรารัก ดังนั้น จงมีความกระตือรือร้นและกลับใจ  ดูเถิด เรากำลังยืนเคาะประตู  ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู  เราจะเข้าไปกินอาหารร่วมกับเขา  เขาจะกินอาหารร่วมกับเรา ผู้ใดมีชัยชนะ  เราจะให้เขานั่งกับเราบนบัลลังก์  เหมือนกับที่เรามีชัยชนะแล้วและได้นั่งกับพระบิดาของเราบนพระบัลลังก์ของพระองค์  ผู้มีหู จงฟังสิ่งที่พระจิตเจ้าตรัสแก่พระศาสนจักรทั้งหลายเถิด


พระวรสารนักบุญลูกา                                              ลก 19:1-10

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าเมืองเยรีโคและกำลังจะเสด็จผ่านเมืองนั้น  ชายคนหนึ่งชื่อศักเคียส เป็นหัวหน้าคนเก็บภาษี  เป็นคนมั่งมี เขาพยายามมองดูว่าใครคือพระเยซูเจ้า  แต่ก็มองไม่เห็นเพราะมีคนมากและเพราะเขาเป็นคนร่างเตี้ย เขาจึงวิ่งนำหน้าไป  ปีนขึ้นต้นมะเดื่อเทศ เพื่อให้เห็นพระเยซูเจ้า  เพราะพระองค์กำลังจะเสด็จผ่านไปทางนั้น  เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงที่นั่น  ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นทอดพระเนตรตรัสกับเขาว่า  ศักเคียส รีบลงมาเถิด เพราะเราจะไปพักที่บ้านท่านวันนี้

เขารีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความยินดี ทุกคนที่เห็นต่างบ่นว่า เขาไปพักที่บ้านคนบาป  ศักเคียสยืนขึ้นทูลพระเยซูเจ้าว่า พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าจะยกทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งให้แก่คนจน และถ้าข้าพเจ้าโกงสิ่งใดของใครมา ข้าพเจ้าจะคืนให้เขาสี่เท่า  พระเยซูเจ้าตรัสว่า วันนี้ ความรอดพ้นมาสู่บ้านนี้แล้ว  เพราะคนนี้เป็นบุตรของอับราฮัมด้วย บุตรแห่งมนุษย์มาเพื่อแสวงหาและเพื่อช่วยผู้ที่เสียไปให้รอดพ้น

ข้อคิด

วันนี้ศักเคียสอยากรู้จักและเห็นพระเยซูเจ้า  แต่เนื่องจากเป็นคนร่างเตี้ยจึงต้องปีนต้นไม้เพื่อจะได้เห็นพระเยซูได้ชัด ๆ ในละแวกบ้านของเรามีหลายคนเป็นเช่นเดียวกับศักเคียส คือมีความต้องการที่จะเห็นและรู้จักพระเยซู  เขาพยายามหาหนทางเข้ามาแต่ก็ได้แต่มองอยู่แต่ไกล ๆ  และพวกเราเองก็ไม่ได้สังเกต  ศักเคียสโชคดีที่พระเยซูทรงเงยพระพักตร์ไปเห็น  วันนี้ให้เราหันไปมองบุคคลๆรอบๆตัวเราว่ามีใครอยากพบพระเยซูบ้างและช่วยกันนำพวกเขามาพบพระองค์

 

No comments:

Post a Comment