Saturday, November 10, 2012

2012 - จ้นทร์ 12 พฤศจิกายน 2555




จันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555
ระลึกถึง น. โยซาฟัต พระสังฆราชและมรณสักขี
สดด 24:1-2,3-4,5-6
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 4


บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงทิตัส
บทอ่านที่ 1                                                                ทต 1:1-9

จากเปาโล ผู้รับใช้ของพระเจ้า ผู้เป็นอัครสาวกของพระเยซูคริสต์ ผู้รับมอบหมายให้นำความเชื่อมาสู่ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร เพื่อให้รู้ความจริงซึ่งเป็นพื้นฐานของความเคารพรักพระเจ้า เพื่อให้เขามีความหวังว่าจะได้รับชีวิตนิรันดร พระเจ้าไม่ทรงมุสา พระองค์ทรงสัญญาจะประทานชีวิตนิรันดรนี้นานมาแล้ว เมื่อถึงเวลาที่กำหนด พระเจ้าพระผู้ไถ่ของเราทรงเผยพระวาจาโดยมีพระบัญชาให้ข้าพเจ้าประกาศพระวาจานี้ ถึงทิตัสผู้เป็นบุตรแท้จริงของข้าพเจ้าในความเชื่อที่เรามีร่วมกัน

ขอพระหรรษทานและสันติจากพระเจ้า พระบิดา และจากพระคริสตเยซู พระผู้ไถ่ของเรา สถิตอยู่กับท่านเถิด

ข้าพเจ้าทิ้งท่านไว้ที่เกาะครีต เพื่อท่านจะได้จัดการเรื่องที่ยังค้างอยู่ให้เรียบร้อย และเพื่อแต่งตั้งกลุ่มผู้อาวุโสทุกเมืองตามวิธีการที่ข้าพเจ้าบอกไว้ ผู้อาวุโสแต่ละคนจะต้องประพฤติดีไม่มีที่ตำหนิ ต้องแต่งงานเพียงครั้งเดียว และบุตรของเขาก็ต้องมีความเชื่อ ไม่ถูกครหาว่าประพฤติเสเพลและดื้อรั้น ส่วนผู้ปกครองดูแลต้องประพฤติดี ไม่มีที่ตำหนิ เพราะเขาเป็นผู้ดูแลบ้านของพระเจ้า ต้องไม่หยิ่งยโส ไม่เป็นคนเจ้าอารมณ์ ไม่เป็นนักดื่ม ไม่ชอบใช้ความรุนแรง ไม่โลภ แต่ต้องมีอัธยาศัยไมตรี รักคุณงามความดี มีเหตุผล เที่ยงตรง มีศรัทธาและรู้จักบังคับตนเอง เขายังต้องยึดมั่นในหลักคำสอนที่ถูกต้องตามที่ได้รับสืบทอดต่อกันมา เพื่อเขาจะตักเตือนผู้อื่นได้ ทั้งให้คำแนะนำด้วยคำสอนที่ถูกต้อง ตอบโต้ผู้ที่คัดค้านคำสอนนั้นได้

พระวรสารนักบุญลูกา                                               ลก 17:1-6

พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า เหตุที่ชักนำให้ทำบาปจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่วิบัติจงเกิดแก่ผู้ที่เป็นเหตุให้บาปเกิดขึ้น ถ้าจะเอาหินโม่แขวนคอเขาและโยนเขาลงทะเล จะเป็นการดีกว่าปล่อยให้เขาเป็นเหตุชักนำคนธรรมดา ๆ เหล่านี้แม้เพียงคนเดียวให้ทำบาป ท่านทั้งหลายจงระวังตนให้ดีเถิด

ถ้าพี่น้องของท่านทำผิด จงตักเตือนเขา ถ้าเขากลับใจ จงให้อภัยแก่เขา ถ้าเขาทำผิดต่อท่านวันละเจ็ดครั้ง และกลับมาหาท่านทั้งเจ็ดครั้ง พูดว่า ฉันเสียใจท่านจงให้อภัยเขาเถิด

บรรดาอัครสาวกทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า โปรดเพิ่มความเชื่อให้พวกเราเถิดองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสว่า ถ้าท่านมีความเชื่อเท่าเมล็ดมัสตาร์ด และพูดกับต้นหม่อนต้นนี้ว่า จงถอนรากแล้วไปขึ้นอยู่ในทะเลเถิดต้นหม่อนต้นนั้นก็จะเชื่อฟังท่าน

ข้อคิด

จำเป็นต้องมีเหตุให้หลงผิด แปลว่า จะมีเหตุให้หลงผิดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เป็นคำเตือนไม่ให้สาวกหลงผิด และจะต้องไม่เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นหลงผิดเช่นกัน แต่เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องคอยตักเตือน หนุนนำจิตใจ และให้อภัยแก่กันและกัน เพื่อจะได้มีการกลับใจเสมอ ๆ

No comments:

Post a Comment