พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2555
สัปดาห์ที่ 32
เทศกาลธรรมดาสดด 28:1-6
ทำวัตรสัปดาห์ที่ 4
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงทิตัส
บทอ่านที่
1 ทต 3:1-7
จงตักเตือนเขาเหล่านั้นให้อยู่ใต้อำนาจและเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
พร้อมที่จะทำความดีทุกประการ ไม่กล่าวร้ายผู้ใด หลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท
มีความอดกลั้นและสุภาพอ่อนโยนต่อทุกคน ในอดีต เราเคยเป็นคนโง่ ไม่เชื่อฟัง
และหลงผิด เป็นทาสของกิเลสตัณหาและความหลงระเริงต่าง ๆ
ขณะนั้นเราดำเนินชีวิตอย่างชั่วร้าย มีความอิจฉาริษยา น่ารังเกียจและเกลียดชังกัน
แต่เมื่อพระเจ้าพระผู้ไถ่ของเราทรงแสดงพระทัยดีและความรักต่อมนุษย์
พระองค์ทรงช่วยเราให้รอดพ้นมิใช่เพราะกิจการชอบธรรมใด ๆ ที่เรากระทำ
แต่เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ ทรงใช้น้ำชำระเราให้สะอาด
เราจึงเกิดใหม่และได้รับการฟื้นฟูโดยพระจิตเจ้า พระองค์ทรงหลั่งพระจิตเจ้าลงเหนือเราอย่างอุดมโดยทางพระเยซูคริสตเจ้าพระผู้ไถ่ของเรา
เพื่อพระหรรษทานของพระองค์จะบันดาลให้เรากลับเป็นผู้ชอบธรรมและเป็นทายาทในความหวังว่าจะได้ชีวิตนิรันดร
พระวรสารนักบุญลูกา
ลก 17:11-19
ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็มนั้น พระองค์เสด็จผ่านแคว้นสะมาเรียและกาลิลี
เมื่อเสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง คนโรคเรื้อนสิบคนเข้ามาเฝ้าพระองค์
ยืนอยู่ห่างพระองค์ ร้องตะโกนว่า ‘พระเยซู พระอาจารย์ โปรดสงสารพวกเราเถิด’
พระองค์ทอดพระเนตรเห็นจึงตรัสกับเขาว่า ‘จงไปแสดงตนแก่บรรดาสมณะเถิด’
ขณะที่เขากำลังไป เขาก็หายจากโรค คนหนึ่งในสิบคนนี้
เมื่อพบว่าตนหายจากโรคแล้ว ก็กลับมา พลางร้องตะโกนสรรเสริญพระเจ้า
ซบหน้าลงแทบพระบาท ขอบพระคุณพระองค์ เขาผู้นี้เป็นชาวสะมาเรีย
พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า ‘ทั้งสิบคนหายจากโรคมิใช่หรือ อีกเก้าคนอยู่ที่ใดเล่า ไม่มีใครกลับมาถวายพระเกียรติแด่พระเจ้านอกจากคนต่างชาติคนนี้หรือ’ แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า
‘จงลุกขึ้น ไปเถิด ความเชื่อของท่านทำให้ท่านรอดพ้นแล้ว’
ข้อคิด
เป็นครั้งที่สามที่ลูกาเขียนถึงการเสด็จไปที่กรุงเยรูซาเล็มของพระเยซู
เพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดหมายปลายทางแห่งภารกิจของพระองค์
แต่อย่างไรก็ตามพระองค์เองก็ยังทรงสนพระทัยและแสดงพระเมตตาต่อผู้เข้ามาขอความช่วยเหลือจากพระองค์เสมอ
ซึ่งเราได้เห็นคนโรคเรื้อนสิบคนเข้ามาร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์
พระองค์ก็ไม่ได้ปฏิเสธพวกเขาเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ตัดคนเหล่านี้ออกจากสังคม พระองค์ก็ทรงรักษาพวกเขาให้หายจากโรคเรื้อน
แต่สิ่งที่สำคัญก็คือเพียงคนเดียวที่กลับมาขอบคุณพระองค์
ส่วนอีกเก้าคนไม่ได้กลับมา
บางครั้งในชีวิตเราก็ลืมที่จะขอบคุณพระองค์สำหรับพระพรและพระหรรษทานที่พระองค์ประทานให้เราในชีวิตประจำวัน
จงกลับมาขอบคุณพระองค์เสมอ

No comments:
Post a Comment